นัก โบราณคดีขุดหลุมทหารดินปั้นนักรบของจิ๋นซีฮ่องเต้หลุมที่ 3 ณ เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ตอบโจทย์ข้อกังขาทางโบราณคดีมากมาย (ภาพซินหวา)

          ไชน่าเดลี - นักโบราณคดีทำการขุดหลุมสุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้หลุมที่ 3 ล่าสุดในเมืองซีอาน พบสิ่งอันเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ไขข้อกังขา เกี่ยวกับยุคสองพันปีก่อนได้อย่างมาก
       
       ผู้เชี่ยวชาญเริ่มต้นต้นทำการขุดค้นหลุมแรกใหม่เมื่อปี 2552 ได้ค้นพบตุ๊กตาดินปั้นจำนวน 310 ชิ้น อันประกอบไปด้วยชิ้นส่วนของ รถม้า อาวุธ และเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ตลอดจนม้าดินปั้น 12 ตัว และนักรบอีกประมาณ 120
       
       “ครั้งแรกพวกเราพบลวดลายอันงดงามบนฝาครอบรถม้า และสิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่พบในทุก ๆ หลุม” เฉา เหว่ย ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์สุสานทหารม้าจิ๋นซีฮ่องเต้เล่า
       
       ทหารในสมัยราชวงศ์ฉิน (221-206 BC) ใช้โล่ป้องกันตัว ซึ่งมีความยาว 60 ซม. และกว้าง 40 ซม. สีแดง เขียว และขาว เป็นรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ กันไป
       
       “บางส่วนของโล่ก็แตกหัก และเชื่อว่าโล่เหล่านี้เป็นของนายทหารระดับสูง เพราะมีขนาดใหญ่และสีสันรูปแบบงดงามมาก” จัง เว่ยซิง นักวิจัยโบราณคดีเผย


       
                                                                       

         “ส่วนภาพวาดที่สีสันงดงามนั้นถือว่าเกินคาดจริงๆ” จังกล่าว “เป็นสิ่งน่าประหลาดใจมากที่จะมาขุดพบหุ่นที่มีลวดลายสีสันจำนวนมากขนาดที่ นักโบราณคดีหลายคนไม่เคยจินตนาการมาก่อน เพราะส่วนใหญ่ภาพลวดลายสีต่าง ๆ บนตัวหุ่นมักจะถูกทำลายไปจนหมด”
       
       หลุมนี้นับเป็นการขุดครั้งที่ 3 ซึ่งก็อยู่ในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์สุสานทหารม้าจิ๋นซีฮ่องเต้หลุม 1 เมืองซีอาน มณฑลส่านซี
       
       หยวน จงอี้ อดีตภัณฑารักษ์ผู้ดูแลโครงการขุดหลุมที่ 1 เผยว่า สิ่งที่ทำให้การขุดสุสานประสบความสำเร็จ ก็คือการจัดระเบียบทหารในสมัยราชวงศ์ฉิน
       
       “นักโบราณคดีคาดการณ์ว่าใน อดีตกองทหารโบราณน่าจะมีหน่วยรบปีกขวา-ซ้ายเพื่อป้องกันศัตรูจากทางด้านข้าง และการขุดค้นพบในครั้งนี้ก็ยืนยันแล้วว่า กองทหารฉินมีหน่วยปีกคอยรับมือข้าศึกจริง” หยวนกล่าว
       
       ซีว์ เว่ยหง นักวิจัยอีกคนที่ทำหน้าที่จากปี 2552-2554 เล่าว่า นักโบราณคดีพบนักรบทหารจำนวนมากมีตาสีดำหรือสีเทา หรือบางหุ่นมีลูกตาสีแดงแต่นัยตาสีดำ
       
       “พวกเรายังพบหุ่นทหารที่เชื่อว่าเป็นนายทหารระดับแนวหน้า มีการตกแต่งเสื้อเกราะอย่างหรูหรามีสีสัน” ซีว์กล่าว
       
       นักโบราณคดีตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเผาตุ๊กตาทหารและม้าดินปั้นไว้ 2 ประการ ประการแรกคือการเผาด้วยวิธีธรรมชาติคือใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติจำพวกฟืนและ ถ่านทำการเผาในหลุม ส่วนอีกวิธีนั้นน่าจะเป็นการเผาโดยเจตนา

รูป ปั้นสูง 2.2 เมตร ในหลุมที่ 3 นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นนักแสดงที่ให้ความบันเทิงในกองทัพ เชื่อว่าหากต่อเสร็จจะสูงถึง 2.5 เมตร (ภาพไชน่าเดลี)

         ในระหว่างการขุดหลุมที่ 3 นี้ นักโบราณคดีพบหลักฐานยืนยันว่า การจุดไฟเผาสุสานนั้นกระทำอย่างรอบคอบและตั้งใจ “ขณะนี้นักโบราณคดีจำนวนมากเชื่อว่า เซี่ยงอี่ว์ (232-202 BC) ซึ่งเป็นผู้นำที่สามารถโค่นล้มราชวงศ์ฉินได้สำเร็จ ทหารของเขาน่าจะเป็นผู้จุดไฟเผาหลุมทหารดินปั้นของจิ๋นซี” เสิน เหมาเซิง หัวหน้าทีมโบราณคดีหลุมที่ 3 ตั้งข้อสันนิษฐาน
       
       “การตอบโจทย์ข้อกังขาเกี่ยวกับการเผาเหล่านี้ได้ ต้องยกความดีให้กับการขุดหลุมที่ 3”
       
       หัวหน้าทีมขุดเผยว่า นักโบราณคดียังค้นพบตุ๊กตาดินปั้นนักแสดงด้วย “จากหลุมที่ตั้งอยู่แถบตะวันออกเฉียงใต้ของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ฉินนั้น พวกเราได้ค้นพบตุ๊กตาดินปั้น 41 หุ่น ซึ่งแต่งตัวแตกต่างจากทหาร พิจารณาจากสัณฐานแล้วก็น่าจะพอเดาได้ว่าพวกเขาเป็นนักแสดง” เสินกล่าว
       
       “หนึ่งในนักแสดงที่เราค้นพบมีส่วนสูงถึง 2เมตรครึ่ง ตัวมีสีแดง ม่วง และดำ”
       
       ข้อมูลจากภัณฑารักษ์เฉา เหว่ย ระบุว่าการขุดหลุมที่ 3 จะลุล่วงในอีก 2-3 ปี “การขุดหลุมที่ 3 นี้เริ่มต้นในวันที่ 13 มิ.ย. 2552 และประชาชนสามารถเห็นภาพการขุดของนักโบราณคดีในหลุมได้” เฉากล่าวพร้อมเสริมว่า ผู้คนกว่า 1.4 ล้านคนได้ร่วมเป็นสักขีพยานการทำงานขุดค้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
       
       ความจริงของ “ปิงหมาหย่ง”
       
       จักรพรรดิฉินสื่อหวง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ (259-210 BC) ขึ้นครองราชอำนาจเจ้าแห่งรัฐฉินเมื่อพระชนม์ 13 พรรษา และเป็นผู้นำรัฐสู่สงครามเมื่อ 22 พรรษา ย่างเข้า 221 ปีก่อนคริสตกาล จิ๋นซีได้ผนวก 6 แคว้นที่เหลืออันได้แก่ ฉี ฉู่ เอี๋ยน ฮั่น เจ้า และเว่ย เข้าเป็นหนึ่งเดียว และสถาปนารัฐที่มีเอกภาพเป็นปึกแผ่นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีน
       
       จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือปฐมจักรพรรดิจีน ได้ระดมเกณฑ์นักโทษ 700,000 คนเพื่อสร้างสุสานของตนทันทีที่ขึ้นสู่อำนาจ เพื่อให้มั่นใจว่า ในโลกหน้าหลังจากสิ้นพระชนม์ไปแล้วจะบรรทมได้อย่างสันติ การสร้างสุสานทั้งหมดกินเวลานานถึง 38 ปี

รายละเอียดดวงตา (ภาพไชน่าเดลี)

         สุสานจิ๋นซีตั้งอยู่ในแถบภูเขาหลีซาน เขตหลินถง เมืองซีอาน เมืองเอกของมณฑลส่านซี หลุมสุสานเป็นสี่เหลี่ยม มีหลังคาเรียบ ๆ มีความสูง 76 เมตร ความยาว 345 เมตร กว้างจากเหนือไปใต้ 350 เมตร กินพื้นที่ 120,750 ตารางเมตร
       
       ผลการสำรวจของนักโบราณคดีเผยว่า ส่วนที่เป็นจุดเก็บพระศพของจิ๋นซีนั้นมีทหารป้องกันรายรอบทั้งภายในและ บริเวณรอบนอก ส่วนตัวสุสานนั้นยังไม่มีการขุดค้นและขณะนี้รัฐบาลจีนป้องกันอย่างดีที่สุด ส่วนหลุมทหารขนาดใหญ่ที่มีหุ่นรบและทหารม้ามหาศาลนั้น ค้นพบไกลออกไปทางทิศตะวันออกของสุสาน 1 กม.
       
       หลุมหมายเลข 1 ค้นพบโดยบังเอิญในเดือนมี.ค. 2517 มีชาวนาคนหนึ่งในหมู่บ้านใกล้ ๆ ขุดดินทำบ่อน้ำ แล้วพบหุ่นปั้นแตกอยู่ใต้ดิน เมื่อนักโบราณคดีเข้ามาขุดค้นก็พบหุ่นปั้นเหมือนคนเป็นทหารและม้าของจิ๋นซี จำนวนมาก และหุ่นปั้นเหล่านี้เป็นที่รู้จักในชื่อ ปิงหมาหย่ง (兵马俑)
       
       หลังจากทำการสำรวจ ในปี 2519 ก็มีการพบหลุมที่ 2 ห่างจากหลุมแรกไปทางเหนือ 20 เมตร และหลุมที่ 3 ก็พบห่างจากหลุมแรกไปทางเหนืออีก 25 เมตร
       
       หุ่นทหารและม้าถูกจัดวาง เรียงตามระเบียบการรบสมัยฉิน เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังสุสานหลวงของจิ๋นซี เหล่าทหารปั้นเหล่านี้แตกต่างกันไปในรายละเอียดทั้งหน้าตา ส่วนสูง หรือแม้กระทั่งอารมณ์ที่แสดงออกบนใบหน้า
       
       การค้นพบนี้เป็นกระแสสนใจทั้งในและนอกจีน ในปี 2518 หลังจากคณะมุขมนตรีจีนอนุมัติก็ได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ครอบคลุม พื้นที่หลุมที่ 1 กินพื้นที่ 16,300 ตารางเมตร กระทั่งวันที่ 1 ต.ค. 2522 จึงได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม

มือและแขนเสื้อที่มีสีสันฉูดฉาดสะดุดตาของนักรบดินปั้น (ภาพไชน่าเดลี )

         ทั้งนี้ พื้นที่ทั้งหมดของ 3 หลุมรวมกันแล้วเกิน 20,000 ตารางเมตร และมีหุ่นปั้นกว่า 8,000 ตัว ซึ่งรวมทั้งรถม้า และอาวุธต่าง ๆ ด้วย
       
       ในปี 2523 ได้มีการค้นพบรถม้าหล่อด้วยสำริด นับว่าเป็นชิ้นที่ใหญ่สุดของจีน
       
       การขุดค้นหลุมที่ 1 ค่อย ๆ ทยอยพบหุ่นปั้นในระหว่างปี 2517-2527 รวมแล้วจำนวน 1,087 ตัว ทั้งม้าและคนที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน
       
       นอกจากนั้นยังมีการค้นพบ กระบี่ ไม่ขึ้นสนิม เพราะเคลือบด้วยแผ่นกันสนิม ทั้งที่สหรัฐฯเพิ่งจะค้นพบวิธีการเคลือบลักษณะนี้เมื่อ 200 กว่าปีที่ผ่านมานี้ ทำให้นักโบราณคดีสงสัยกันว่า การเคลือบกระบี่ให้ไร้สนิมในสมัยนั้นกระทำได้อย่างไร และที่น่าประหลาดใจคือกระบี่ถูกหุ่นทหารล้มทับจนโค้งงอมาเป็นเวลาพันปี แต่ครั้นเมื่อยกหุ่นดินปั้นขึ้น กระบี่กลับค่อย ๆ ดีดตัวขึ้นมาในสันฐานตรงตามเดิม
       
       ต่อมาในปี 2528 พิพิธภัณฑ์ได้เริ่มทำการขุดหลุมที่ 2 แต่ใช้เวลาเพียง 1 ปีก็ต้องยุติการขุด เนื่องจากมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่จำกัด หุ่นทหารปั้นซึ่งเชื่อว่าอยู่ในลักษณะยืนประจำการนั้น บางส่วนถูกทำลายจนแตกหักจากการขุด หลังจากซ่อมแซมและฟื้นสภาพแล้ว หุ่นทหารเหล่านี้จะได้จัดแสดงในลักษณะเดิมเหมือนกับตอนที่ฝัง
       
       จากการพิจารณาความหนาแน่นของจำนวนทหารแล้ว นักโบราณคดีเชื่อว่ายังมีหุ่นทหารถูกฝังอยู่อีกมาก
       
       สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้และนักรบท หารม้า นับเป็นสิ่งค้นพบมหัศจรรย์ที่สุดทางโบราณคดีของโลกอีกแห่งหนึ่ง และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ของยูเนสโก้เมื่อปี 2530